ริโอ เฟอร์ดินานด์ : สุดยอดตำนานกองหลังที่ยังมีชีวิตของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ริโอ เฟอร์ดินานด์  ตำนานกองหลังของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและทีมชาติอังกฤษ เกิดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 1978 ที่ย่านเพ็คแฮม ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เฟอร์ดินานด์ ไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่ดีมากนัก และค่อนข้างที่จะยากจน เขาเติบโตมาในย่านชุมชนแออัด ที่เต็มไปด้วยอบายมุขและอันตรายรอบด้าน พ่อและแม่ของเขาต้องทำงานอย่างหนักเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว โดยพ่อของเขามีอาชีพช่างตัดเสื้อและพนักงานเสิร์ฟในเวลากลางคืน ส่วนแม่ของเขาเป็นพนักงานทำความสะอาด เฟอร์ดินานด์ เริ่มชื่นชอบและสนใจในกีฬาฟุตบอลและมีความตั้งใจว่าจะมุ่งมั่นในการเล่นฟุตบอลเพื่อต้องการให้ครอบครัวของเขาที่ความเป็นอยู่ที่สุขสบายมากกว่านี้

เฟอร์ดินานด์ เป็นเด็กให้ความสนใจทั้งในด้านการเรียนและการฝึกฝนกีฬาฟุตบอลไปในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้เขายังมีความสามารถในการเล่นยิมนาสติกและการแสดงละครเวทีรวมถึงบัลเลต์ด้วย สำหรับเส้นทางการเป็นนักฟุตบอลของเขาเริ่มต้นขึ้นเมื่อเขามีอายุ 9 ขวบ เขาเข้าร่วมในศูนย์ฝึกของสโมสรมิลล์วอลล์ ทีมฟุตในท้องถิ่นของลอนดอน และหลังจากนั้น 2 ปี ในปี 1990 เฟอร์ดินานด์ในวัย 11 ขวบ ก็ย้ายไปเข้าร่วมทีมกับทีมเยาวชนของควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส และด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจในการฝึกฝนและพัฒนาฝีเท้าของตัวเอง ทำให้ ในปี 1993 เขาได้รับการทาบทามให้ไปเล่นให้กับทีมเยาวชนของเวสต์แฮม ยูไนเต็ด และที่นั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางการเป็นนักฟุตบอลของเขาอย่างแท้จริง เฟอร์ดินานด์ ได้ทำการฝึกฝนทักษะการเป็นนักฟุตบอลและพัฒนาฝีเท้าของตัวเองได้อย่างก้าวกระโดด และมีความโดดเด่นมากกว่าเพื่อนในทีมด้วยกัน

ในปี 1994 เขาก็ได้เซ็นสัญญาการเป็นนักฟุตบอลอาชีพฉบับแรกกับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด  โดยในช่วงแรกเขายังเล่นให้กับทีมเยาวชนของเวสต์แฮม ในระหว่างนั้นเขาก็ยังคงพัฒนาฝีเท้าของตัวเองจนถูกเรียกตัวให้ไปเล่นกับทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี หลังจากนั้นเขาก็มีหวังว่าเขาจะได้ขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ของเวสต์แฮม และจะได้รับค่าแรงที่มากขึ้นกว่านั้น แต่สิ่งที่เขาคาดหวังก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้น เขาได้รับข้อเสนอการต่อสัญญาด้วยค่าแรง 400 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งมันเป็นจำนวนเงินที่น้อยมาหากเทียบกับนักเตะดาวรุ่งของสโมสรอื่นๆ ในเวลานั้น แต่เขาก็เลือกที่จะเซ็นสัญญากับทางต้นสังกัดต่อไป และในระหว่างนั้น เขาก็พบกับปัญหาในชีวิตส่วนตัวของเขา เมื่อพ่อและแม่แยกทางกัน ทำให้ เฟอร์ดินานด์ และน้องชายของเขาต้องย้ายไปอยู่กับแม่ ทำให้เฟอร์ดินานด์ต้องมีภาระที่เพิ่มขึ้นคือการเลี้ยงดูแม่และน้องของเขา แต่เขาก็ไม่เคยย่อท้อยังคงตั้งใจฝึกฝนพัฒนาฝีเท้าของตัวเอง เพื่ออนาคตที่ดีของครอบครัว

ในฤดูกาล 1995-1996 เขาก็ได้รับโอกาสในการลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่ในเกมที่พบกับเชฟฟิลด์ เวนสเดย์ โดยเขาลงเป็นตัวสำรอง และหลังจากนั้นเขาก็มีโอกาสลงสนามในเกมนัดชิงชนะเลิศกับลิเวอร์พูล ในศึกเอฟเอ ยูธ คัพ ถึงแม้ว่าเวสต์แฮมจะแพ้ไป แต่เฟอร์ดินานด์ถูกเลือกให้เป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมนั้น จากสไตล์การเล่นที่มีความแข็งแกร่งและช่วยป้องกันในแนวรับของเวสต์แฮมได้อย่างยอดเยี่ยม เขากลายเป็นนักเตะดาวรุ่งของเวสต์แฮม ยูไนเต็ดหลังจากนั้น และเขาก็ได้รับข้อเสนอเพิ่มค่าแรงจาก 400 เป็น 500 ปอนด์ ซึ่งมันเป็นค่าตัวที่น้อยมาก แต่เขาก็ยังคงอดทนและมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนเห็นว่า เขามีความสามารถมากพอที่จะได้รับเงินค่าแรงที่มากกว่านั้น

ในฤดูกาล 1997-1998 เฟอร์ดินานด์ ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของเวสต์แฮม ได้สำเร็จ และเขาก็ขึ้นไปติดในทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ซึ่งในเวลานั้นเขามีอายุเพียง 19 ปี และหลังจากนั้น เขาก็ได้รับสัญญาฉบับจากต้นสังกัดอีกครั้ง และครั้งนี้เขาได้รับค่าแรง 4,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ และในฤดูกาลนั้นเขาได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรอีกด้วย

ในฤดูกาล 2000-2001 เฟอร์ดินานด์ ย้ายมาร่วมทีมกับสโมสรลีดส์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 18 ล้านปอนด์ และเขากลายมาเป็นนักเตะในตำแหน่งกองหลังที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลกในเวลานั้น และในช่วงที่เขาเล่นให้กับลีดส์ ยูไนเต็ด เขากลายมาเป็นกำลังสำคัญในกับทีมได้อย่างยอดเยี่ยม เขาเป็นนักเตะที่แฟนบอลชื่นชอบและกลายเป็นขวัญใจของแฟนบอล และได้รับความไว้วางใจที่รับหน้าที่กัปตันทีมอีกด้วย ในเวลานั้นเขากลายเป็นนักเตะในตำแหน่งกองหลังที่มีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก และได้รับความสนใจจากทีมฟุตบอลชื่อดังเป็นจำนวนมาก

ในฤดูกาล 2002-2003 เขาได้รับการทาบทามจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ต้องการตัวเขาเข้าไปร่วมทีม ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นค่าตัวของนักเตะที่แพงที่สุดในอังกฤษ ด้วยสัญญามีระยะเวลา 5 ปี  เฟอร์ดินานด์ ตัดสินใจย้ายไปร่วมทีมกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทันที และการตัดสินใจในครั้งนั้น ทำให้ เฟอร์ดินานด์ กลายเป็นคนทรยศสำหรับแฟนบอลของลีดส์ในทันที ในช่วงแรกของเขากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาต้องพิสูจน์ตัวเองเพื่อแย่งตำแหน่งตัวจริงในทีมให้ได้ เนื่องจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั้นเต็มไปด้วยนักเตะระดับแนวหน้าที่มีถ้วยแชมป์การันตีด้วยกันทั้งสิ้น และในฤดูกาลแรกเขาก็สามารถช่วยทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2002-2003 มาได้สำเร็จ และหลังจากนั้นเขาก็เริ่มเข้ามามีบทบาทในทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมากขึ้น และช่วยพาทีมประสบความสำเร็จได้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พรีเมียร์ ลีก 2002-2003, 2006-2007, 2007-2008, 2008-2009, 2010-2011, 2012-2013 ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2007-2008 ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2008 ลีก คัพ 2005-2006, 2008-2009 คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 2003, 2007, 2008, 2011

นอกจากนี้ เฟอร์ดินานด์ ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่อยู่ในชุดที่ดีที่สุดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอีกด้วย เขาเป็นคู่เซนเตอร์ที่ดีที่สุดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเมื่อจับคู่กับเนมันย่า มีดิช  เฟอร์ดินาน เล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ 12 ฤดูกาล ลงสนามไปทั้งสิ้น 312 เกม ทำไป 7 ประตู

ในฤดูกาล 2014-2015  เฟอร์ดินานด์ ในวัย 36 ปี ย้ายไปเล่นในกับ ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส ซึ่งเป็นสโมสรที่เขาเคยอยู่ด้วยในทีมเยาวชน และเป็นสโมสรสุดท้ายในอาชีพการค้าแข้งของเขา โดยหลังจบฤดูกาลนั้นเขาถูก ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส ปล่อยตัวออกจากทีมหลังจากที่ทีมตกชั้นไปเล่นในเดอะแชมเปียนชิป ในเดือนพฤษภาคม 2015 เขาก็ออกมาประกาศอำลาการเป็นนักฟุตบอลอาชีพอย่างเป็นทางการ

และหลังจากที่เขายุติการเป็นนักฟุตบอลอาชีพไปแล้ว เฟอร์ดินาด์ ก็ได้ผันตัวมาเป็นนักวิจารณ์กีฬาฟุตบอลและมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในเวลานี้